News&Promotion

โปรโมชั่น! แทนคำขอบคุณ พร้อมฉลองครบ 1 ปี กับ SBRAND 
 

โปรโมชั่น! แทนคำขอบคุณ พร้อมฉลองครบ 1 ปีกับ SBRAND

ในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปี ของ SIAM SBRAND ขอมอบ Member Card แทนคำขอบคุณที่ทุกท่าน ที่เข้าใช้บริการที่ SBRAND ทั้งสองสาขา เพื่อรับส่วนลด ในทุกๆบริการของเรา

 
รายละเอียดของโปรโมชั่นมีดังนี้
1. เริ่มแจกบัตรตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2556
2. บัตรมีอายุ 1 ปี (หมดอายุวันที่ 31พฤษภาคม 2557)
3. ลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการจะได้บัตร หลังจากลงทะเบียนกับเราแล้ว (จะจัดส่งบัตรให้ภายหลัง)
4. หลังจากลงทะเบียนสามารถใช้สิทธิส่วนลดได้ทันที
5. บัตร 1 ใบใช้ได้กับบริการ ซ่อมสี/ตัวถัง(Repair), เคลือบ Protector, และเคลือบแก้ว SuperCoat

เงื่อนไขส่วนลดของบัตร Member Card
1. ลด 5% สำหรับการซ่อมสี/ตัวถัง ตั้งแต่ 12,000 – 19,999 บาท
2. ลด 10% สำหรับการซ่อมสี/ตัวถัง ตั้งแต่ 20,000 – 29,999 บาท
3. ลด 15% สำหรับการซ่อมสี/ตัวถัง ตั้งแต่ 30,000 ขึ้นไป
4. ลด 15% สำหรับการเคลือบรถแบบ Protector.
5. ลด 10% สำหรับการเคลือบแก้วรถแพ๊กเกจ 3 ปี (Gold Package)
6. ลด 15% สำหรับการเคลือบแก้วรถแพ๊กเกจ 5 ปี (Diamond Package)

ความรู้เรื่องสีรถ 

“หน้าตาของรถคุณขึ้นอยู่กับคุณภาพสีที่ใช้ซ่อม”

 

 

 

 

 

 

 

สีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ในการทำให้รถยนต์แต่ละคันมีความสวยงาม และสร้างเสน่ห์ในการขับขี่ ในการซ่อมนั้นการเลือกใช้สีพ่นรถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานย่อมหมายถึงความคงทน ความมันวาวของสี ที่จะติดอยู่กับตัวรถยนต์ และบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้ครอบครองรถคันนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับสีรถยนต์กันเพื่อให้ผู้ขับขี่ทั้งหลายมีความเข้าใจมากขึ้น

สีรถยนต์แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

1.  สี 1K    คือสีระบบ 1 องค์ประกอบ (1 Komponent) คือประกอบด้วยส่วนของตัวสีเพียงอย่างเดียว เมื่อนำมาใช้งานจะผสมกับตัวทำละลาย เช่น ทินเนอร์  สี 1K จะมีทั้งแบบแห้งเร็วและแห้งช้า

2.  สี 2K   คือสีระบบ 2 องค์ประกอบ (2 Komponent) คือประกอบด้วยส่วนของตัวสี ซึ่งคือองค์ประกอบที่ 1 และตัวเร่งปฏิกิริยา (Hardener หรือ Activator) ซึ่งคือองค์ประกอบที่ 2 โดยก่อนใช้งานต้องนำทั้ง 2 องค์ประกอบมาผสมกันตามอัตราส่วน เพื่อให้เกิดการทำปฏิกิริยาทางเคมี ซึ่งจะทำให้สีเกิดการแห้งตัว (Chemical Drying)   สี 2K ที่ใช้ในงานพ่นสีรถยนต์ มี 2 ชนิด คือ  สี 2K แบบ อีพ๊อคซี  และสี 2K แบบโพลียูริเทน  จึงมักเรียก สี 2K ว่า  “สีแห้งช้า”

ชนิดที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ สี 2K  ซึ่งเป็นสีที่มีคุณภาพดีที่สุดที่ใช้ในงานซ่อมสี  สี 2K พัฒนามาจากสีระบบ 1K  ที่คุณภาพด้อยกว่า  มาเป็นสี  2K solvent(เมื่อประมาณ20ปีก่อน)  จากนั้นจึงพัฒนาต่อเนื่องมาเป็น  สีสูตร water base(10ปีที่ผ่านมา) เนื่องจากสีแห้งช้า


เหตุผลที่ทำให้สี 2K มีคุณภาพดีกว่า
แบบsolvent ประกอบด้วยสารพิษทำให้ถูกควบคุมและห้ามใช้ในหลายๆประเทศ

1.   Durability – ความทนทาน รถยนต์ที่ซ่อมสีโดยใช้ระบบสี 2K จะคงสภาพเดิมและมีระยะเวลาคงสภาพเดิมได้ไม่ต่ำกว่า5 ปี

2.   Weather resistance – ความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ

3.   Chemical resistance – สามารถทนทานต่อสารเคมีต่างๆได้ดี เช่น ทินเนอร์ น้ำมันเบรก

4.   Color retention – สามารถคงสภาพสีเดิม ไม่ซีดจางจากเดิมง่าย

5.   Gloss – มีความเงางามสูง

6.   ให้คุณสมบัติเหมือนสีรถที่ออกจากโรงงานประกอบรถยนต์ O.E.M

ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นที่ได้กล่าวมาของสีระบบ 2K  จึงทำให้เป็นที่นิยมใช้ในงานซ่อมสีที่ต้องการคุณภาพสูง  มีให้บริการในศูนย์ซ่อมชั้นนำที่ได้มาตรฐาน และเช่นเดียวกัน  SBRAND ซึ่งคำนึงถึงคุณภาพงานซ่อม และมีความรู้ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และมี market shareมากที่สุด อย่าง Dupont รวมไปถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคลียร์มาจากผู้ผลิตเดียวกัน ผ่านการทดลองจากแล็ปซ์มาแล้วว่าเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม คุณภาพของงานพ่นสีและตัวเคลียร์ ต้องควบคุมทั้งความชื้นและอุณหภูมิ ที่เหมาะสมคือ 30 องศาเซลเซียส จึงทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ไม่เพียงแต่เรื่องเวลาเท่านั้นที่เราใส่ใจ คุณภาพงานซ่อมก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ  เพื่อความพอใจสูงสุดของผู้ใช้บริการ

ตอบคำถามยอดฮิต “SBRAND เคลมประกันได้มั้ย?” 

หลังจาก SBRAND ศูนย์บริการซ่อมสีด่วน ที่ได้มาตรฐานและเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ได้เปิดให้บริการในประเทศไทย ก็ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้บริการ และมีผู้รักรถให้ความสนใจมากมาย ประเด็นที่ผู้ใช้รถถามไถ่กับทางทีมงานมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ “ SBRAND เคลมประกันได้มั้ย? ” และวันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณครับ

 

 

 

 

 

อันดับแรกขอตอบตรงๆชัดๆ เผื่อให้ความมั่นใจกับผู้ใช้บริการเลยว่า SBRAND สามารถเคลมประกันได้ครับ และมีบริษัทประกันชั้นนำมากมายที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับ SBRAND เพราะฉะนั้น หมดความกังวลไปได้ ส่วนในเรื่องเงื่อนไข ขอแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

-   ประกันภัยที่เซ็นสัญญาแล้ว กล่าวคือลูกค้าได้รับการอำนวยความสะดวกเต็มที่ ในขั้นตอนการเคลม รวมไปถึง ไม่ต้องสำรองจ่ายค่าซ่อมใดๆ และทางประกันภัยจะมีการประชาสัมพันธ์ว่า SBRAND เป็นศูนย์ซ่อมสีในเครือด้วย  ซึ่งประกันภัยที่อยู่ในเครือ SBRAND ที่เซ็นสัญญาแล้ว ได้แก่

    1. เมืองไทยประกันภัย
    2. ทิพยประกันภัย
    3. เอเชียประกันภัย

ประกันภัยทั้ง 3 บริษัท ที่เซ็นสัญญาจะสามารถอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เช่น ลูกค้านำใบเคลมเข้าติดต่อกับ SBRAND เพื่อประเมินราคา เมื่อประกันภัยอนุมัติซ่อม ทาง SBRAND จะดำเนินการซ่อมและส่งมอบรถคืนลูกค้า โดยลูกค้าไม่ต้องชำระเงินค่าซ่อมเอง (เป็นไปตามเงื่อนไขของประกันภัย) ด้านส่วนลดค่าซ่อม , การวางบิลต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของ SBRAND กับประกันภัย ส่วนข้อมูลลูกค้าหรือประวัติการซ่อมก็สามารถเรียกดูได้สะดวก

-   บริษัทประกันภัยที่ไม่ได้อยู่ในเครือ แต่สามารถตั้งเบิกได้  มี  6 บริษัท ความหมายของการตั้งเบิกได้ คือ ทั้ง 6 ประกันภัยจะอนุมัติค่าใช้จ่ายในการซ่อมก่อน โดยจะออกเอกสารยืนยันให้ทาง SBRAND เมื่อ SBRAND ได้รับการยืนยันจะดำเนินการซ่อม โดยลูกค้าต้องจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้วางบิลกับประกันภัยแก่ SBRAND ให้ครบถ้วน จากนั้น SBRAND จะเป็นผู้ดำเนินการไปวางบิลกับประกันภัยเอง  ได้แก่

    1. กรุงเทพประกันภัย
    2. MSIG
    3. AXA
    4. นวกิจประกันภัย
    5. ธนชาตประกันภัย
    6. ไทยประกันภัย

สำหรับบางประกันภัยที่อนุมัติให้ซ่อมกับ SBRAND (นอกเหนือจาก 9 ประกันภัยที่ระบุไว้) แต่ยังไม่มีโอกาสได้เจรจากัน ลูกค้าจะต้องชำระเงินค่าซ่อมให้ SBRAND ก่อน จากนั้น SBRAND จะดำเนินการเตรียมเอกสารมอบให้ลูกค้านำไปวางบิลกับประกันภัยเอง

ส่วนบริษัทประกันภัยที่ไม่ได้อยู่ในเครือ และตั้งเบิกไม่ได้ กรณีนี้สามารถทำใบเคลมที่ SBRAND ได้ ซึ่งทาง SBRAND จะช่วยประสานงานกับพนักงานประกันภัยมาพบลูกค้าที่ SBRAND เพื่อดำเนินการเปิดเอกสารเคลม แต่ต้องเสียเวลาดำเนินการ หลังจากซ่อมเสร็จลูกค้าจะต้องสำรองเงินชำระค่าซ่อมให้ SBRAND ก่อน จากนั้นให้นำเอกสารไปดำเนินการเบิกค่าใช้จ่ายกับทางประกันภัยเอง
คงคลายความสงสัยของผู้ใช้บริการ และผู้ใช้รถที่ให้ความสนใจในบริการของ SBRAND ไปได้มาก เกี่ยวกับการเคลมประกันรถยนต์  เราให้ความสำคัญกับความสะดวกในการให้บริการเสมอ และการรองรับด้วยบริษัทประกันนั้นก็เป็นหนทางที่เราใส่ใจ สุดท้ายนี้ทีมงาน SBRAND ก็ขอให้ผู้ใช้รถขับขี่ยานพาหนะ อย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน  แต่ทางที่ดีที่สุดก็คืออย่าให้เกิดอุบัติเหตุเพราะประกันภัยที่ไหนก็ไม่ดีเท่าการมีสติอยู่เสมอ

 

trick & hint ข้อแนะนำในการเคลมประกันรถยนต์ 

อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนก็น่าต้องเจออุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่กันเป็นประจำโดยเฉพาะ       ในเมืองใหญ่ที่มักจะเป็นสาเหตุหลักของอาการรถติดไม่ซ้ำแต่ละวัน วันนี้ทีมงาน SBRAND มีข้อแนะนำ และความรู้ในการเคลมประกันมาบอกต่อท่านผู้ใช้รถที่รักอีกเช่นเคย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนอื่นขอแบ่งการเคลมประกันอย่างง่ายๆเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. เคลมแห้ง คือ การเคลมที่รถเกิดเหตุมานานแล้ว แต่ลูกค้าเพิ่งมาแจ้งเหตุในภายหลัง เช่น แผลขูดขีดตามตัวถัง เป็นต้น
2. เคลมสด  คือ การเคลมเมื่อเกิดเหตุรถชนกันสดๆ และยังมีคู่กรณีรอยู่ในเหตุการณ์

เคลมแห้ง หรือ การเคลมที่รถเกิดเหตุมานานแล้ว แต่ลูกค้าเพิ่งมาแจ้งเหตุในภายหลัง กล่าวคือ การเคลมประกันเพื่อสั่งซ่อมรถแบบไม่มีคู่กรณี โดยส่วนมากจะเป็นการเกิดจากรอยเล็กน้อย  รถชนเสา ชนประตู รถชนต้นไม้ยืนต้น ชนเสาไฟฟ้า รถชนกำแพง เป็นต้น


ทริคการแจ้งรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
ขับรถไปแล้วเกิดเฉี่ยวหรือชนเข้ากับวัตถุที่อยู่ริมถนนโดยไม่ตั้งใจ เช่น กระถาง กระบะปลูกต้นไม้หน้าบ้าน กำแพง แม้แต่เสารั้วตอนที่จะเลี้ยวเข้าบ้าน หรือบางทีก็โดนรถจักรยานยนต์เฉี่ยวเอาตัวอย่างสีแล้วหนีไปดื้อ และไม่สามารถตามตัวได้ หลายครั้งที่คุณสาวๆ ทั้งหลายจะสงสัยว่าจะเคลมแบบไม่มีคู่กรณีสามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ สามารถทำได้ และทำกันมาหลายแล้วด้วย พอๆ กับการแจ้งเคลมแบบมีคู่กรณีนั่นแหละ เพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกวันและทุกเวลา

-แจ้งวัน เวลาของการเกิดอุบัติเหตุให้ใกล้วันที่แจ้งเคลมให้มากที่สุด เช่น แจ้งเคลม ๖ พ.ย. ก็แจ้งวันที่เกิดเหตุว่า เกิดเหตุวันที่ ๕ พ.ย. เป็นต้น หรือถ้าไปแจ้งตอนบ่าย ก็แจ้ง

ในใบแจ้งรายละเอียดว่าเกิดเหตุตอนเช้าวันที่แจ้งไปเลย เพราะถ้าแจ้งวัน เวลาเกิดเหตุและวันเวลาเคลมต่างกันมาก บริษัทอาจจะอ้างว่าเกิดเหตุนานมาแล้วไม่รีบแจ้ง อาจจะยึกยักให้เราปวดเศียรเวียนเกล้าได้

-แจ้งการเกิดเหตุโดยแจ้งว่าได้ชนหรือเฉี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น กระถาง กำแพง เสารั้ว แต่ต้องให้ดูเหมาะสมด้วย ไม่ใช่ว่าแผลอยู่ตรงกับแนวไฟท้าย แต่แจ้งว่าชนกระถาง ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่ เรื่องแจ้งว่าชนกับอะไรนั้น ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าเราขับไปชนอะไรมา แต่ในกรณีชนแล้วหนี อย่าบอกว่าโดนชนแล้วหนีเด็ดขาด เพราะอาจจะโดนเล่นแง่ให้ไปตามคู่กรณีได้ ดังนั้นถ้าให้ชัวร์ แจ้งว่าชนกับสิ่งไม่มีชีวิตดีที่สุดครับ

เคลมสด  คือ การเคลมเมื่อเกิดเหตุรถชนกันสดๆ และยังมีคู่กรณีรออยู่ในเหตุการณ์ เป็นลักษณะที่พบบ่อย ข้อแนะนำก็คือหากเกิดอุบัติเหตุและมีคู่กรณีก็ควรรีบโทรแจ้งไปยังบริษัทประกัน ภัยในทันที พร้อมทั้งขอข้อมูลของผู้ที่ติดต่อด้วย เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อกลับ เพื่อที่เราจะได้ติดต่อประสานงานในภายหลังได้สะดวก
ในระหว่างการเคลมความเสียหาย พนักงานเคลมก็จะสอบถามข้อมูลต่างๆ ของผู้ขับขี่และคู่กรณี พร้อมทั้งให้เราสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใครถูก ใครผิด และถ่ายรูปตัวรถ สถานที่เกิดเหตุ เป็นต้น เมื่อเคลมเสร็จพนักงานเคลมก็จะสรุปผลทั้งหมดและให้ข้อมูลว่าเราจะต้องดำเนิน การต่อไปเมื่อเกิดเหตุและเราเป็นฝ่ายถูกแต่รถคู่กรณีไม่มีประกันภัย หลังจากที่เราเคลมประกันแล้ว เราควรจะกลับไปตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทประกันภัยด้วยว่าได้บันทึกข้อมูล อุบัติเหตุไว้อย่างไร เราเป็นฝ่ายถูกหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีการระบุไว้ ก็จะทำให้เราต้องเสียค่าประกันเพิ่มขึ้นในปีถัดไปได้

 

จากนั้นเราก็หาเวลาว่างเพื่อใช้ในการซ่อมรถซึ่งก็จะใช้เวลาแตกต่างกันไป ในแต่ละกรณีไป โดยเราสามารถโทรไปสอบถามที่อู่หรือศูนย์ที่รับซ่อมว่าสามารถนำรถเข้าไปซ่อม ในวันใด ใช้เวลาซ่อมเท่าไหร่ เพื่อเราจะได้วางแผนการใช้รถของเราต่อได้ หากการซ่อมจำเป็นต้องมีการสั่งอะไหล่ เราอาจจะต้องนำรถเข้าไปเคลมเพื่อใช้ในการเบิกอะไหล่ หากรถยังสามารถขับเคลื่อนได้อย่างปลอดภัย เราอาจจะขอรถมาใช้ก่อน พออะไหล่พร้อมค่อยเอารถเข้าซ่อมอีกครั้งก็ได้อย่างไร นำรถไปซ่อมได้ที่ไหน พร้อมทั้งสรุปค่าใช้จ่ายที่อาจจะมีเพิ่มเติม สิ่งที่สำคัญก็คือพนักงานเคลมจะให้ใบเคลมกับเราเพื่อใช้ในการยื่นกับทางอู่ หรือศูนย์ที่รับซ่อม

การเคลมประกันรถยนต์อาจจะดูเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับผู้ที่ไม่เคยมี ประสบการณ์มาก่อน แต่ถ้าหากเราได้ทำความเข้าใจ รู้จักสังเกต มีความรอบคอบ รู้จักซักถามเรื่องที่สงสัยกับพนักงาน ก็จะทำให้การเคลมเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าหากโชคร้ายเจอการโกงประกันภัยเราก็สามารถติดต่อเข้าไปยังสายด่วนของกรมการประกันภัย 1186 ที่เปิดช่องทางให้เราสามารถร้องเรียนเกี่ยวการดำเนินที่ไม่เป็นธรรมได้

สีสเปรย์…ปัญหาง่ายๆ ที่แก้ได้ด้วยตัวเอง 

ทุกวันนี้ในสังคมเมืองที่มีความวุ่นวายมากมายหลายแบบแล้วนอกจากโจรขโมยรถ ทุบกระจกฉกทรัพย์สิน แล้ว เรื่องความกวนเมืองของเหล่าวัยรุ่นมือบอนดูเป็นอีกเรื่องที่มาแรงแม้จะไม่มี กระแสข่าวออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็อาจจะพาคุณปวดเศียรเวียนเกล้าได้ เมื่อเห็นสภาพรถที่เครอะเปรอะเปื้อน บางทีอาจแถมคำหยาบต่างๆมาเป็นของฝากด้วย

ความจริงปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าคุณรู้วิธีแก้ไข และแม้มันน่าจะจับคนพ่นมาตีมือ แต่วันนี้ถ้าคุณบังเอิญเกิดโชคร้ายเจอสีสเปรย์ประทับที่รถ หรือเจอพวกเม็ดสีที่ลอยมากับลมของเพื่อนบ้านงานช่าง วันนี้เราก็มีวิธีขจัดสีสเปรย์ให้รถคุณที่เละเทะกลับมาเงางามมากฝากกัน

1.ยาขัด… ในขั้นแรกของทุกอย่างนั้นไม่ว่างานเล็กงานใหญ่จำไว้ว่า Rubbish Compound หรือที่ช่างทั้งหลายเรียกว่า “ยาขัด” นั้นสามารถใช้ได้ผลเสมอ ยาขัดนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยาขัดละเอียด ซึ่งเราจะรู้จักจากแบรนด์ชั้นนำตามร้านเครื่องมือช่าง คือ Cana และ ยาขัดหยาบ ซึ่งมักจะมีเนื้อครีมเหนียวกว่าทำให้สามารถขจัดคราบต่างๆบนผิวแล็คเกอร์ได้ ดีกว่า รวมถึงสีเปรย์ของเหล่านักพ่นมือบอนด้วย ยิ่งได้ใช้เครื่องขัดมือยิ่งขจัดง่ายไม่เหนื่อยแรง
2.น้ำยาทำความสะอาดเบรก หลายคนอาจจะสงสัยว่าน้ำยาทำความสะอาดเบรกมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของสีรถ ยนต์ด้วย แต่ทราบไหมครับว่า น้ำยาทำความสะอาดเบรกนั้น เป็นน้ำยาทำละลายเพื่อใช้ทำความสะอาดประเภทหนึ่ง ที่เน้นในการขจัดคราบน้ำมันและจาระบี ซึ่งสีสเปรย์ก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับที่กล่าวมาสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน น้ำยาทำความสะอาดเบรก ซึ่งมักจะมีเนื้อครีมเหนียวกว่าทำให้สามารถขจัดคราบต่างๆบนผิวแล็คเกอร์ได้ ดีกว่า รวมถึงสีเปรย์ของเหล่านักพ่นมือบอนด้วย ยิ่งใช้เครื่องขัดมียิ่งขจัดง่ายไม่เหนื่อยแรง

3.Acetone… ใครที่ปวดหัวไม่หายกับสีสเปรย์แม้จะลอง 2 ข้อที่ผ่านมาแล้วนั้น หากสีสเปรย์เกาะแน่นทนทานต้องลองอะซิโทน ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านเครื่องมือช่างเช่นกัน อะซิโทนนั้นเป็นสารทำละลายที่ใช้ทำความสะอาดพื้นผิวชนิดหนึ่งที่เป็นสาร ละลายอินทรีย์ สามารถใช้ทำความสะอาดบนพื้นผิวได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ห้ามนำอะซินโทนราดบนพื้นผิวโดยตรงเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สีด้านได้ ให้ใช้วิธีชุบแล้วเช็ด เรื่อยๆจนกว่าสีจะออก

4.เบนซิน หากคุณเจองานใหญ่ชนิดว่าเล่นซะรถแทบจะเปลี่ยนสีทั้งคันนั้น งานนี้มันต้องเจอน้ำมันเบนซินกันบ้าง น้ำมันเบนซินนั้นไม่ได้มีดีแค่เติมใส่รถให้วิ่งได้ แต่มันยังมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนอีกด้วย การใช้น้ำมันเบนซินนั้นต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะพวกฟืนไฟทั้งหลาย และการใช้เบนซินนั้นกัดชั้นแลคเกอร์อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการขจัดสีสเปรย์
อย่างไรก็ดีเมื่อคุณขจัดสีสเปรย์ได้แล้วอาจจะพบว่า สีรถดูไม่เงางามเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องกังวลใจให้นำน้ำยาขัดละเอียดหรือ Cana มาเก็บงานอีกทีหนึ่ง จากนั้นลงเงาหรือ WAX เคลือบผิวเล็คเกอร์เหมือนเดิม แล้วล้างรถตามปกติ และถ้าเป็นไปได้ ให้หาน้ำยาขัดประเภทผสมน้ำมาเช็ดรอบคัน เพียงเท่านี้รับรองว่ารถกลับมาแจ่มเหมือนเดิมอย่างแน่นอน
ด้วยวิธีง่ายๆ และความรู้เรื่องช่างนิดๆหน่อย เห็นไหมครับว่า การขจัดสีสเปร์ยก็สามารถทำเองได้ ส่วนใครที่เคยได้ยินว่าทินเนอร์นั้นสามารถช่วยได้นั้นก็เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าใช้โดยไม่ชำนาญแล้วอาจจะทำให้สีปูดบวมได้ในภายหลังครับ…ไม่แนะนำ และเหนือสิ่งอื่นใดควรปรึกษาช่างที่ชำนาญ หรือทางที่ดีหากเป็นมาก ส่งซ่อมกับที่ที่เชื่อถือได้จะดีกว่าครับ สบายใจกว่ากันเยอะ

สนิม สารพันปัญหาที่มากับฝน 
 

เหล็กนั้นแข็งแกร่งและทนทานก็จริง แต่นั้นก็ด้วยการดูแลปกป้องที่ดี หากการปกป้องเกิดช่องโหว่งแม้เพียงน้อยนิดแล้วล่ะก็ นั่นหมายถึงเวลาที่สนิมจะถือโอกาสโจมตีและลุกลาม สะพานโกลเด้น เกท ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามนั้น ก็ยังต้องใช้งบประมาณและแรงงานมากมายในการตรวจสอบและทาสีโครงสร้างเหล็กด้วยความพิถีพิถันอย่างสม่ำเสมอ และรถยนตร์คู่ใจของคุณล่ะ คุณได้หมั่นตรวจสอบและดูแลปกป้องเจ้าปัญหาเล็กที่เรียกว่า”สนิม” นี้บ้างรึเปล่า

ก่อนอื่นมาเข้าใจก่อนว่าเจ้าสมินที่จ้องจะเล่นงานรถคุณนั้นมันเกิดจากเมื่อเหล็กสัมผัสกับน้ำและความชื้น จะค่อย ๆ สึกกร่อน กลายเป็นเหล็กออกไซด์ หรือที่เรารู้จักกันว่า สนิมเหล็ก นั่นเอง รถคุณอาจจะโชคร้ายเกิดรอยลึกจนถึงเหล็กโดยไม่รู้ตัว ผ่านเวลานานเข้า โดนฝนโดนความชื้น แม้กระทั่งล้างรถแล้วไม่ได้เช็ดให้แห้ง ส่วนเนื้อเหล็กตรงนั้นจะเกิดสนิมรอวันลุกลามก่อปัญหาให้กับผู้ใช้รถ

นอกจากรอยถลอกลึกที่มองเห็นได้ง่ายรอบตัวรถแล้ว เจ้าสนิมมักจะแอบขึ้นตามซอกมุมเช่นด้านในฝากระโปรง มุมขอบประตู ที่งมักละเลยในการตรวจเช็ค การป้องกันที่ดีคือการสำรวจตัวถังอย่างละเอียดเสมอๆ เมื่อผบรอยถลอกรีบแก้ไขซะ ก่อนที่สนิมจะถามหา ด้วยการแต้มสีทับและขัดออก หรือทางที่ดีส่งซ่อมสีในร้านที่ได้มาตรฐาน

แต่หากรู้ตัวช้า น้องหนิมมาหาแบบไม่ทันตั้งตัว เราก็มีวิธีแก้ไขเบื้องต้นแนะนำ ดังนี้
ตรวจสอบความเสียหาย บริเวณที่สนิมกินให้ทั่ว อาจมีส่วนในส่วนหนึ่งกระจายอยู่ได้ตัวสีที่เกิดอาการโป่ง
ล้างทำความสะอาดบริเวณนั้น ใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียด1200ชุบน้ำ ขัดสนิมออกให้หมด
เช็ดให้แห้งแล้วใช้น้ำยากัดสนิม ทาบริเวณที่เกิดสนิมให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณสิบนาที แล้วเช็ดออก ทาทับด้วยน้ำยาเคลือบ อาจจะทำซ้ำหลายๆ รอบเพื่อความแน่ใจ
ใช้สี หรือปากกาแต้มสี(สีที่ใกล้เคียง) ทาจนเต็มรอยแผล แล้วใช้น้ำยาขัดสีขัดออก

เท่านี้ก็สามารถหยุดการลุกลามของสนิมตัวร้ายได้แล้ว แต่หากเป็นแผลใหญ่ หรือความเสียหายมาก ควรส่งซ่อมกับสถานบริการที่เชื่อถือได้ และทางที่ดีอากาศพลอยฟ้าพลอยฝนอย่างนี้ ผู้ใช้รถต้องหมั่นตรวจสอบสภาพตัวถังอยู่เสมอ เท่านี้น้องหนิมก็จะไม่มากวนใจอีกต่อไป

ลดกระหน่ำฟ้าหลังฝน 10-15% 
 

เมื่อสีรถ และตัวถังรถของคุณเกิดความเสียหายในช่วงหน้าฝน SฺBRAND ใส่ใจรถคุณ ขอมอบโปรโมชั่นสั่งลาหน้าฝน ในราคาลดพิเศษเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
เพียงลงทะเบียนในแบบฟอร์มสมัครสมาชิกของ SBRAND ฟรี!!!

  • รับทันที ส่วนลด 10% สำหรับการใช้บริการ
  • และพิเศษกว่า…เมื่อคุณมียอดใช้บริการถึง 20,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลดทันทีถึง 15%
  • โปรโมชั่นดีๆ อย่าพลาด!!! เริ่มตั้งแต่15 ตุลาคม - 14 พฤศจิกายน นี้เท่านั้น
  • ติดต่อ สอบถามรายละเอียดที่โทร. 02 – 721 – 3111
  • หรือ facebook.com/SฺBRANDThai และ Twitter@SฺBRANDThailand

รอยสีรถยอดฮิตในชีวิตประจำวันกับการป้องกันและแก้ไขเบื้องต้น 
 

สารพันปัญหาที่เกิดขึ้นกับสีตัวถังรถยนต์ เป็นเรื่องที่กวนใจผู้ใช้รถมาทุกยุคทุกสมัย(และน่าจะเริ่มมาตั้งแต่รถคันแรกถูกผลิตขึ้นนั่นแหละ)วันนี้เรารวบรวม ปัญหาที่พบบ่อย มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย ไล่เรียงสาเหตุ การระวังป้องกัน และการดูแลเบื้องต้น


รอยขูดขีด
เริ่มที่ปัญหาคลาสสิกอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้น ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือจากความโชคร้าย ซึ่งแผลลักษณะนี้ก็มีหลายระดับความรุนแรง ตั้งแต่ เป็นรอยสีติด รอยสีถลอก สีถลอกถึงตัวถัง ไปจนกระทั่งถลอกลึกและบุบ

การแก้ไขเป็นไปตามอาการ หากอาการเล็กน้อยสามารถขัดสิออก เติมสีด้วยปากกาแต้มสีบนรอยแผลแล้วใช้น้ำยาขัดออก เท่านี้รอยที่เคยมาก็จะเลือนหายไป แต่หากถลอกลึกถึงตัวถังและบุบ ควรส่งซ่อม


ขอบคุณภาพจาก http://www.hondacitythailand.com/club/thread-35119-1-1.html

รอยยางมะตอย

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ แล้วถ้าหากแก้ปัญหาไม่ถูกวิธีอาจจะทำให้เกิดผลเสีย อย่างเช่น การใช้ Pre-Cleaner ขัด แต่ออกแรงขัดมากเกินไป รอยยางมะตอยอาจจะออกไปจริง แต่อาจทำให้แล็คเกอร์ที่เคลือบสีรถหลุดออกไปด้วย

คราบยางมะตอย ควรล้างด้วยแชมพูล้างรถก่อน เพื่อล้างพวกเศษผงเม็ดทรายที่เกาะตามผิวสี จากนั้นก็ล้างน้ำสะอาด เสร็จแล้วก็เอาผ้าอ่อนนุ่มจุ่มน้ำมันสน หรือใช้สเปรย์อเนกประสงค์ฉีดบนยางมะตอย แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปที่ผิวสีที่มียางมะตอย ลูบอย่างเบามือ แรกๆอาจจะยังไม่ออกบ้าง พยายามเช็ดเบาๆซ้ำไปซ้ำมา คราบยางมะตอยนั้นก็จะออกจนหมดเสร็จแล้วใช้แชมพูล้างอีกรอบ

รอยจากการให้ผ้าคลุมรถ

ประโยชน์ของผ้าคลุมรถนั้นมีมากมาย ทั้งใช้คลุมกันฝุ่น กันแดด กันน้ำ หรือในชนิดที่คุณภาพดีหน่อยก็สามารถกันน้ำและกันUV ได้100% แต่ในขณะเดียวเจ้าผ้าคลุมรถที่ควรจะเป็นตัวปกป้องตัวถังเราจากรอยต่างๆนี่แหละกลับทำให้เกิดรอยขึ้นบนรถอยูบ่อยๆ

ปัญหาที่เกิดเป็นได้หลายกรณี ทั้งการคลุมผ้าขณะที่ฝากระโปรงยังร้อนอยู่ เช่นเดียวกับการคลุมรถตากแดดทิ้งไว้นานๆ มักจะทำให้สีจากตัวผ้าละลายติดไปที่ตัวถังได้ นอกนั้นการคลุมผ้าทิ้งไว้เฉย แล้วโดยลมพัด หรือขณะทำการม้วนเก็บทำให้ผ้าไม่เสียดสีกับฝุ่นที่เกาะอยู่ที่ผ้าและตัวถัง จนทำให้เกิดรอยขนแมว สร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ใช้รถมานักต่อนัก

วิธีแก้ไขนั้นในกรณีที่สีมาละลายติดสามารถทำความสะอาดออกง่ายๆได้ด้วยน้ำยาทำความสะอาด ส่วนเรื่องรอยขนแมวนั้น แนะนำว่าเวลานำรถไปสร้างควรเคลือบเงาปกป้องไว้ชั้นนึงก่อน และขณะคลุมผ้าควรสบัดฝุ่นออกจากผ้าให้หมดและปัดฝุ่นจากตัวรถให้สะอาดสียก่อนทำการคลุมรถ


รอยมูลนก

เป็นสิ่งกวนใจอันดับต้นๆของคนรักรถเลยทีเดียว โดนเฉพาะเมื่อโชคร้ายเผลอจอดทิ้งไว้ในแหล่งชุมนุมของน้องนกทั้งหลาย อาจโดนทิ้งระเบิดปูพรมได้ ปัญหาที่เกิดคือรอยมูลนกที่แห้งแล้วเมื่อเช็ดออกอาจทำให้เกิดรอยด่าง และจากเผลอไปขูดอาจจะทำให้สีถลอกได้

การป้องกันคือควรเคลือบเงารถไว้ เพื่อทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นไม่ทำให้เกิดรอยด่าง วิธีทำความสะอาด อย่าพยายามแคะ ห้ามเอาผ้ามาถู ควรใช้กระดาษทิชชู่ชุบน้ำเปียกๆแล้วไปแปะไว้สักพักให้อ่อนตัวและละลายออก ถ้าไม่แน่นจะหลุดออกมาเอง หากแน่นมากหน่อยก็ชุบน้ำชุ่มๆแปะไว้นานซักหน่อย แล้วค่อยๆเช็ดออกอย่างเบามือ

This Is A Gallery 

Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Vestibulum tortor quam, feugiat vitae, ultricies eget, tempor sit amet, ante. Donec eu libero sit amet quam egestas semper. Aenean ultricies mi vitae est. Mauris placerat eleifend leo. Quisque sit amet est et sapien ullamcorper pharetra. Vestibulum erat wisi, condimentum sed, commodo [...]